แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อินเดีย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อินเดีย แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2554

อินเดีย...สามเหลี่ยมอารยธรรม เดลี อัครา ชัยปุระ 2 # การยื่นขอวีซ่า


สำหรับการยื่นขอวีซ่าไปประเทศอินเดีย ปัจจุบันได้ใช้ระบบบริษัทตัวแทน โดยตั้งชื่อว่า The India Visa Application Centre ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท  VFS (Thailand) จำกัด เหมือนกับที่สถานทูตหลายๆประเทศนิยมทำในตอนนี้  ซึ่งบริษัทเหล่านี้จะมีหน้าที่ในแง่ของการตรวจสอบและรับเอกสารจากผู้ยื่นขอวีซ่าเท่านั้น    ฉะนั้นการตัดสินใจอนุมัติผลวีซ่ายังเป็นความรับผิดชอบโดยสถานทูตอินเดียเช่นเคย  (บริษัทตัวแทนจะไม่มีสิทธิหรืออำนาจในการอนุมัติวีซ่าทุกประเภท)

สำหรับข้อมูลทั้งหมดในการยื่นขอวีซ่านั้นสามารถเข้าไปดูรายละเอียดที่ The India Visa Application Centre โดยที่อยู่ website คือ  http://www.ivac-th.com/
 
***ผมแนะนำอย่างยิ่งและทุกครั้งที่มีการทำรีวิวเรื่องการขอวีซ่าว่าควรจะหาข้อมูลจากสถานทูตหรือบริษัทตัวแทนในการยื่นวีซ่าโดยตรง  เนื่องจากเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ในการขอวีซ่าของทุกประเทศนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นถ้าเราไปยึดข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ    ข้อมูลเหล่านั้นอาจไม่อัพเดทหรือผิดพลาด ซึ่งจะส่งผลเสียกับผู้ขอวีซ่าได้ (ผมเองเคยโดนมาแล้วตอนขอวีซ่าเข้าจีนจึงขอเตือนคนอื่นๆไว้ล่วงหน้า)  

เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวอินเดีย
1.       ใบคำร้องขอวีซ่า ซึ่งต้องดาวว์โหลดจากเวบของ The India Visa Application Centre เท่านั้น  ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
2.       รูปถ่าย 2 รูป ขนาด Passport Size (บอกร้านถ่ายรูปแบบนี้แล้วกัน เพราะไม่ได้ระบุขนาดชัดเจน)
3.       พาสปอร์ตที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือนและมีหน้าว่างเหลืออย่างน้อย 2 หน้า
4.      สำเนาหน้าพาสปอร์ต (ถ้ามีการอ้างอิงพาสปอร์ตเล่มเก่า (endorsement page) ให้ถ่ายมาด้วย)
5.      พาสปอร์ตเล่มเก่า (ถ้ามี)
6.      สำเนาบัตรประชาชนและใบมอบอำนาจ ในกรณีที่มอบหมายให้คนอื่นมายื่นแทน
7.      หลักฐานประกอบอื่นๆ (ไม่ได้ระบุ)

ระยะเวลาในการอนุมัติวีซ่า
        ปกติจะใช้เวลา 1 วันทำการ

การอนุมัติวีซ่า
        วีซ่าท่องเที่ยวที่ได้รับการอนุมัติจะเป็นแบบ Single คือใช้เข้าออกได้ครั้งเดียวและมีระยะเวลา 3 เดือน

ค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่า
 ค่าใช้จ่ายในการยื่นขอวีซ่าอินเดีย สามารถแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ
1.         ค่าธรรมเนียมในการดำเนินการยื่นขอวีซ่า หรือก็คือค่าจ้างบริษัทที่มาเป็นตัวแทนในการรับยื่นวีซ่าให้นั่นเอง โดยมีราคา 482 บาทต่อคน แต่หากเป็นคนที่ถือสัญชาติเดียวกันและมีนามสกุลเดียวกัน โดยยื่นพร้อมกัน 3 คนขึ้นไปจะเหลือ 362 บาทต่อคน
2.              
               ค่าธรรมเนียมวีซ่าคนละ 1770 บาท

  เพราะฉะนั้นค่าใช้จ่ายต่อคนจะอยู่ระหว่าง 2,132 – 2,252  บาท  โดยค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะไม่มีการคืนให้ผู้ยื่นขอวีซ่าหากวีซ่าไม่ผ่านการอนุมัติ (เรียกว่าจ่ายแล้ว จ่ายเลย ลุ้นเอาเอง)

ที่ตั้งของ The India Visa Application Centre
หาไม่ยากคับเพราะอยู่ติดถนนสุขุมวิทเลย

India Visa Application Centre
อาคาร Glass Haus Building
ชั้น 15 ห้องเลขที่ 1503
ซอยสุขุมวิท 25 ถนน สุขุมวิท
เขตวัฒนา  กรุงเทพ  10110.

สามารถเดินทางมาได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัว หรือ นั่งรถไฟฟ้ามาลงสถานีอโศก ถ้านั่งรถใต้ดินก็ลงสถานีสุขุมวิท  แล้วเดินมาอาคาร  Glass Haus ปากซอยสุขุมวิท 25 (อยู่ติดถนนใหญ่ใกล้ๆอาคาร Jasmin  เดินจากแยกอโศกไม่ไกลเลยคับ)
สายรถเมล์ที่ผ่าน

Buses No. 2, 25, 38, 40, 45, 48

Air Buses No. 1, 2, 8, 11, 13, 25, 38

Microbus No. 6

เวลาเปิดทำการ
วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ 8.00 น.  – 14.00 น.

เวลารับ Passport คืน
วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ 16.30 น.  – 17.30 น.

หมายเลขโทรศัพท์
02-6652968

E-mail ; info.inth@vfshelpline.com

วันปิดทำการ 2011

Sr. No.
Day
Date
Holiday
1.
Wednesday
26 January
Republic Day
2.
Wednesday
06 April
Chakri Day
3.
Thursday
14 April
Ambedkar Jayanti
4.
Friday
15 April
Songkran Day
5.
Friday
22 April
Good Friday
6.
Thursday
05 May
Coronation Day
7.
Tuesday
17 May
Buddha Purnima
8.
Friday
12 August
HM The Queen's Birthday
9.
Monday
15 August
Independence Day
10.
Wednesday
31 August
Idu’l Fitr
11.
Thursday
06 October
Dussehra (Vijay Dashami)
12.
Wednesday
26 October
Diwali (Deepavali)
13.
Monday
07 November
Idu’l Zuha (Bakrid)
14.
Thursday
10 November
Guru Nanak`s Birthday
15.
Monday
05 December
HM The King’s Birthday

อินเดีย...สามเหลี่ยมอารยธรรม เดลี อัครา ชัยปุระ 1 # รู้จักอินเดีย

อินเดียมีชื่อประเทศอย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐอินเดีย (Republic of India) เป็นประเทศที่เก่าแก่และมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 5,000 ปี นอกจากนั้นยังเป็นถิ่นกำเนิดของศาสนาหลายศาสนา โดยศาสนาฮินดูเป็นศาสนาที่มีอิทธิพลต่อชาวอินเดียมากที่สุด
อินเดียมีประชาการมากกว่า 1000 ล้านคน และ มีเมืองหลวงชื่อ นิวเดลี มีภาษาอังกฤษและภาษาฮินดี เป็นภาษาที่ใช้กันทั่วไป 

ภาษา
ภาษาฮินดีเป็นภาษาราชการ โดยมีภาษาอังกฤษเป็นภาษารอง อีกทั้งรัฐธรรมนูญอินเดียยังรับรองภาษาท้องถิ่น อีก 16 ภาษาที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง
 
สกุลเงิน
 รูปี  (อัตราขึ้นลงแล้วแต่วัน แต่ถ้าอยากคิดง่ายๆ 1 รูปี จะเท่ากับ 1 บาท )

ภูมิประเทศ
ด้านทิศเหนือ - จรดเทือกเขาหิมาลัย
จีน เนปาล และภูฏาน
ด้านทิศตะวันออก อ่าวเบงกอล
บังกลาเทศ และ พม่า
ด้านทิศตะวันตก ติดทะเลอาหรับ  
กับปากีสถาน
ด้านทิศใต้ ติดมหาสมุทรอินเดีย 

ภูมิอากาศ
อินเดียมี 3 ฤดูได้แก่
ฤดูร้อน ระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายนของทุกปี อุณหภูมิสูเฉลี่ยประมาณ 30 - 35 องศาเซลเซียส
ฤดูฝน  ระหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายนของทุกปี อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 28 องศาเซลเซียส
ฤดูหนาว ระหว่างเดือนตุลาคม-มีนาคมของทุกปี อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 10-17 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิอาจลดลงต่ำสุดถึง - 3 องศาเซลเซียส ในบางเมือง  

การเมืองและการปกครอง
อินเดียมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ  มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ อยู่ในตำแหน่งคราวละ 5 ปี อินเดียแบ่งการปกครองประเทศออกเป็น 28 รัฐ กับ 7 เขตการปกครอง  เมืองใหญ่ที่สุด 3 เมืองของอินเดีย คือ กรุงนิวเดลี มุมไบ และกัลกัตตา 

เวลา
เวลาในประเทศอินเดียช้ากว่าในประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง

ศาสนา
อินเดียไม่มีศาสนาประจำชาติ แต่ชาวอินเดียส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดู ซึ่งมีจำนวนถึง 82.41% นับถือศาสนาอิสลาม 11.67% นอกนั้นนับถือศาสนาอื่นๆโดยผู้ที่นับถือศาสนาพุทธมีอยู่ประมาณ 0.77% 


อาหารการกิน
อาหารอินเดียส่วนใหญ่จะใช้เครื่องเทศเป็นหลัก  คนอินเดียส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดูซึ่งนับถือว่าวัวเป็นสัตว์ของเทพเจ้า ดังนั้นเนื้อวัวจึงเป็นอาหารต้องห้ามของชาวฮินดู ส่วนเนื้อหมูนั้นเป็นอาหารต้องห้ามของชาวมุสลิม ซึ่งมีอยู่มากในอินเดีย อาหารที่ประกอบด้วยเนื้อหมูหรือเนื้อวัวจึงหาทานได้ยาก  ดังนั้นอาหารส่วนใหญ่ที่อยู่ในเมนูของร้านอาหารในอินเดีย จึงเป็น ไก่กับเนื้อแพะ (Mutton) อาหารจานเด่นของอินเดียมีหลายอย่าง อาทิ ไก่ทานโดริ (Tandoori Chicken) เป็นไก่ที่หมักในเครื่องปรุงแล้วย่างหรืออบในเตาดิน กับแกงถั่ว (Dal) หรือ ข้าวหมก (Biryani) มีทั้งข้าวหมกแพะและข้าวหมกไก่ Kebab
ชาวอินเดียจะกินขนมปังชนิดต่างๆ กับแกง เช่น โรตี (Roti) หรือ จาปาตี (Chapati) แป้งแผ่นทอดหรือจี่จนสุก  และ นาน(Nan) แป้งแผ่นหนากว่าจาปาตี ปิ้งไฟในเตาทานโดริจนแป้งข้างนอกพองกรอบ กับแกงต่างๆ นอกจากนั้นยังมีอาหารที่เป็นเหมือนเครื่องดื่ม คือ นมเปรี้ยว (Yoghurt) ซึ่งในอินเดียเรียกว่า ลัสซี่ (Lassi) มีทั้งรสธรรมชาติและชนิดปรุงรสด้วยเกลือ

น้ำ
น้ำดื่มในอินเดียนั้นจะเป็นน้ำกรองด้วยระบบที่ทันสมัยและสะอาด 100% แต่รสชาติของน้ำแต่ละประเทศจะไม่เหมือนกันดังนั้นรสชาติน้ำจะแตกต่างจากประเทศไทยบ้าง 

การคมนาคม
ทางอากาศ
ทางรถไฟ มีเส้นทางเดินรถไกล 62,000 กิโลเมตร มีสถานีรถไฟทั้งหมดจำนวน 7,000 สถานี
ทางรถยนต์ กฏจราจรของอินเดียเป็นลักษณะ ไปซ้ายมาขวาเหมือนเมืองไทย  แต่อินเดียมีประชากรที่ยากจนจำนวนมาก
รสบัสซึ่งเป็นพาหนะเพียงอย่างเดียวที่คนอินเดียส่วนใหญ่ใช้กัน จึงค่อนข้างแออัดยัดเยียดและไม่สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว
รถเช่า บริการรถเช่าในอินเดียจะให้เช่าพร้อมคนขับด้วย เพราะการขับรถในอินเดียไม่ง่ายนักนอกจากจะต้องรู้จักถนนหนทางแล้วยังต้องคอย ระวังคนและสัตว์ที่มักออกมาเพ่นพ่านเกะกะอยู่บนถนนอย่างถูกต้องเสียด้วย และเราจะได้ยินเสียงบีบแตรตลอดเวลาจนเหมือนจะเป็นวัฒนธรรมการขับรถในประเทศ

ที่พัก-โรงแรม
โรงแรมที่พักในอินเดียมีหลายระดับให้เลือกตามความต้องการของนักท่องเที่ยว

การสื่อสาร
ไปรษณีย์
สำนักงานไปรษณีย์อินเดียเปิดทำการตั้งแต่ 9.30-17.30 น. เนื่องจากมีคนใช้บริการที่ไปรษณีย์จำนวนมากและช้ามาก
จึงควรเผื่อเวลาไว้   
โทรศัพท์
การใช้โทรศัพท์ระหว่างประเทศสะดวกได้มาตราฐานสากล  โทรศัพท์มือถือที่นำไปจากประเทศไทยใช้ได้ดียกเว้นบางพื้นที่ที่ห่างไกล