วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2554

ชิม ชิม และ ชิม มาเก๊า ฮ่องกง 3 # บุฟเฟ่ย์มื้อเช้า โรงแรม Metropole มาเก๊า

ได้ลองชิมบุฟเฟ่ย์ Hiso ของ Grand Lisboa แล้ว  คราวนี้เรากลับมาที่บุฟเฟย์แบบธรรมดาๆกันบ้าง

 เป็นบุฟเฟ่ย์มื้อเช้าของโรงแรม Metropole ซึ่งเป็นที่พักของผมในมาเก๊านั่นเอง (ใครไปมาเก๊าแนะนำโรงแรมนี้เลยคับเพราะสะดวกสบาย และใกล้ Senado Square มาก  ราคาก็ย่อมเยาด้วย)


ราคาบุฟเฟ่ย์มื้อเช้าที่นี่ก็เบาๆ แค่ 35$ฮ่องกงคับ (ปกติอาหารข้างนอกก็จานละ 20$ - 30$ แล้ว)


 เมนูอาจจะมีไม่มาก แต่ก็เป็นโอกาสดีที่จะได้ลิ้มลองรสชาดอาหารจีนแท้ๆ (แบบบ้านๆ) ด้วยนะคับ  ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

ขนมปังปิ้งตามธรรมเนียม ยังไงก็ต้องมี

ออเดร์ฟคับ เกี๋ยวไส้หมูแดง

ขนมเป๊ยะ  แต่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าขนมได้หรือเปล่าเพราะไส้ด้านในเป็นหมูแดง เหมือนกัน  ไม่ใช่ไส้ถั่ว

สลัดผัก  เห็นหน้าตาธรรมดาอย่างนี้แต่ผักสดมาก เหมือนเก็บมาจากสวนหลังบ้าน จริงๆไม่ได้โม้

หมี่ผัดที่ดูเหมือนม่าม่าผัดเอามากๆ

ไส้กรอก กับแฮมทอด อร่อยมาก หาทานยากด้วยคับ เดี๋ยวนี้โรงแรมใช้วิธีต้มหมดแล้ว แต่ผมชอบแบบทอดมากกว่า

แกงกระหรี่นี่ก็เด็ด

หมั่นโถว

น้ำเต้าหู้ กับ โจ๊ก

น้ำดื่ม

หลังจากสำรวจกันจนครบแล้วก็มาเริ่มชิมกันเลย  เริ่มที่ออเดิร์ฟ    ตระกูลเกี๊ยวทอด+ขนมเปี๊ยะ

ก็อร่อยดีนะคับ ไม่เลวร้าย ติดที่เกี๊ยวแป้งแข็งไปนิด  ส่วนขนมเปี๊ยะ ไส้หมูน้อยไปหน่อย เลยเหมือนมีแต่แป้งอ่ะ



มาต่อกันด้วยสลัดผัก  อย่างที่บอกคับ ติดใจความสดของผักทั้งแตงกวา และมะเขือเทศมากๆ


ต่อด้วยโจ๊กชามเบาๆ กับปาท่องโก๋หั่นฝอย ซึ่งเขาหั่นให้เรียบร้อยแล้ว ขอบอกว่าโจีกเนื้อเนียนและอร่อยมาก  ติดที่ปาท่องโก๋แข็งไปนิด ไม่งั้นจะให้ 5 ดาวเลย



ต่อกันด้วยจานหลัก  ไส้กรอก หมี่ผัด และ ข้าวแกงกะหรี่

อร่อยดีคับ ทั้ง 3 อย่าง  ยกนิ้วให้


ทานมื้อนี้เสร็จเราก็ไปท่าเรือเฟอรรี่ เพื่อนั่งเรือข้ามไปฮ่องกง เดี๋ยวตอนหน้ากลับมาดูกันคับว่าที่ฮ่องกงมีอะไรเด็ดๆ บ้าง

วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2554

ชิม ชิม และ ชิม มาเก๊า ฮ่องกง 2 # Grand Buffet โรงแรม Grand Lisboa มาเก๊า

Grand Buffet  เป็นร้านอาหารบุปเฟ่ย์ที่ตั้งอยู่ในโรงแรม Lisboa หรือโรงแรมที่รูปทรงเป็นดอกบัว ซึ่งเป็นตึกทีมีเอกลักษณ์และเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของมาเก๊านั่นเอง


Grand Buffet ได้รับการยกย่องว่าเป็นบุฟเฟย์ที่มีไลน์อาหารยาวที่สุดในเอเชีย และได้รับการยอมรับเป็นสุดยอดบุฟเฟ่ย์แห่งหนึ่งของเอเชียด้วย  สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม หรือถ้าต้องการจองโต๊ะสามารถเข้าไปดูได้ที่ http://www.grandlisboahotel.com/dining-grand_buffet



ถ้าจะลองไปทาน ผมแนะนำให้เมลไปขอจองไว้ก่อนนะคับ  เพราะโต๊ะเต็มเกือบทุกวันคับ
 

ที่นี่เขาจะเปิด 2 รอบเท่านั้นคือ 18.30 - 20.00   และ 20.30 - 22.00

ราคาต่อหัว 1200++ คับ


อาหารก็มีมากมายจริงๆคับ ทุกชาติ ทุกภาษา




ถ่ายไปถ่ายมาชักไหวคับ เลยขอปักหลักเลย

จานแรกพยายามเลือกของแพงๆก่อนคับ เดี๋ยวไม่คุ้ม

ก็มีสเต้กแกะย่าง  /  ปูอลาสก้าผัดเนย / กุ้งแม่น้ำนึ่ง / หอยนางรมอบชีส / หมูสเตะ/ กุ้งเทมปุระ



หลังจากนั้นก็วนเวียนตักกุ้งปู กุ้งปู แซมด้วยหอยนางรมเล็กน้อย (อร่อยแต่กลัวคอเรสเตอรอล)

จนเริ่มเลี่ยนก็เลยเปลี่ยนมาลองเซตอาหารจีนบ้าง

ประกอบไปด้วย แกะผัดมองโกเลีย / ไก่แช่เหล้า / หมูแดง / หมูหัน / ห่านย่าง / ปิดท้ายด้วยซาลาเปา



กินๆไป ก็เริ่มสังเกตว่าบริกรไม่ค่อยเติมน้ำเปล่าให้ ทั้งๆ ที่เรียกหลายรอบแล้ว

ก็ เลยไปหาน้ำแบบหนักมาทาน  เป็นเกี๊ยวน้ำ ซึ่งสามารถเลือก topping เป็นลูกชิ้นและเครื่องเคียงสารพัดชนิด  ชามนี้ผมเลือกลูกชิ้นเห็ดหอม

งานนี้ต้องบอกว่าเกือบจอดไปเหมือนกัน เพราะเกี๊ยวที่เห็น 1 ชิ้น มีกุ้งอัดอยู่ข้างใน 3 ตัว (กะให้ตายไปข้างนึง)



ระหว่างนั้นก็มีการเดินไป เดินมาเป็นระยะ  ไม่ได้กะหาของกิน แต่อยากให้ย่อย

บังเอิญเหลือบไปเห็นต้มยำกุ้ง  เลยสอยมาชิมซะเพราะอยากรู้ว่ารสชาติเป็นยังไง

ชิมแล้วบอกได้เลยคับว่าอร่อย รสชาติไม่จัดแบบไทย แต่ไม่จืดเหมือนในหลายที่ๆเจอมา  แถมแก้เลี่ยนด้วย (และโปรดสังเกตุขนาดกุ้งคับ ใหญ่มาก)





งานนี้ถึงยังมีของที่ไม่ได้ชิมอีกหลายอย่างแต่ต้องยอมแพ้คับ ว่าปกติต้องแบ่งท้องไว้ให้ขนมหวาน เนื่องจากผมเป็นคนที่ชอบทานขนมหวานมาก

ซึ่งเมื่อเดินไปที่ซุ้มของหวานต้องบอกว่าเกือบเป็นลมคับ เพราะเยอะมาก  เยอะจิงๆ

(อยากมาตั้งเต้นท์ค้างคืนแล้วกินให้หมดจัง)










จานแรกประเดิมด้วย

สารพัดชีสเค้ก อย่างละนิดละหน่อย / คัสตาร์ด / พุดดิ้งมะม่วง / และอะไรอีกหลายอย่างที่ไม่รู้จัก



ตามมาด้วยเครป  + ไอศครีม


ผลไม้ + เจลลี่ + ไอศครีมมะม่วงอีกก้อน

ผลไม้ที่นี่หวานจัดจิงๆ  ชื่นชม


ปิดท้ายด้วยการไปยืนจิ้มฟองดู อีก 2-3 ชิ้น

หลังทานเสร็จยอมรับคับว่า  บุปเฟ่ต์ที่นี่สุดยอดจริงๆ   ใช้คำว่าหนึ่งในชั้นนำได้จริงๆ

เพราะไม่ใช่แค่ปริมาณอาหาร แต่รสชาติก็อร่อยแบบคุยได้

ถือว่าคุ้มกับเงินที่จ่ายไปเลยคับ


ชิม ชิม และ ชิม มาเก๊า ฮ่องกง 1 # Senado Square / Wong Chi Kei

อาหารจีนขึ้นชื่อฤาชาเรื่องความอร่อยและพิถีพิถันมาช้านาน เมื่อผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวมาเก๊าและฮ่องกงเลยตั้งใจไปตามล่าร้านชื่อดังในหมู่นักท่องเที่ยวเพื่อชิมรสชาติอาหารจีนต้นตำหรับ  เลยอยากจะขอนำประสบการณ์ความอร่อย(และไม่อร่อย) มาแบ่งปันสำหรับคนที่ชื่นชอบการกินไว้   ก่อนที่จะกลับมาทำรีวิวเรื่องการท่องเที่ยวในมาเก๊าและฮ่องกงอีกครั้ง

ทริปของเราเริ่มต้นที่มาเก๊า ดังนั้นเมื่อพูดถึงมาเก๊าเราคงต้องมาเริ่มต้นที่นี่ Senado Square


ที่ Senado Square มีร้านบะหมี่ชื่อดังที่ใครมาแล้วก็ควรจะต้องมาลองชิมนั่นคือร้าน Wong Chi Kei


ร้าน Wong Chi Kei เป็นร้านบะหมี่และโจ๊กชื่อดังซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี  1940 โดยมีสาขาอยู่ในหลายประเทศทั้งฮ่องกง มาเก๊า และสิงคโปร์

 ที่ตั้ง   ร้าน หว่อง ชี่ เก ตั้งอยู่ในบริเวณ Senedo Square เลย หากเดินเข้ามาจากด้านหน้า ผ่านน้ำพุเข้ามาไม่ไกล  ร้านจะอยู่ซ้ายมือ


 ด้านในก็จะตกแต่งแบบจีนแท้ๆ โดยโต๊ะเก้าอี้จะค่อนข้างตั้งอยู่อย่างหนาแน่นแทบไม่มีทางเดิน  เรียกว่าพื้นที่ทุกตารางนิ้วถูกใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เพราะคนมาทานที่ร้านนี้เยอะมากจนถึงกับต้องมารอคิวกันทีเดียว



ส่วนเมนูที่นิยมสั่งก็หนีไม่พ้นบะหมี่หรือโจ๊ก ซึ่งเป็นเมนูชื่อดังที่นี่ และทันทีที่นั่งลงโต๊ะ เด็กเสริฟก็จะนำเมนูกับชาร้อนมาเสิรฟ ซึ่งอย่าได้แปลกใจเพราะแม้อากาศภายนอกจะร้อนแค่ไหน ที่นี่เขาก็ดื่มชาร้อนกันเป็นปกติ  ส่วนน้ำแข็งก็เป็นอะไรที่หายากมาก ต้องจ่ายตังค์ซื้อเท่านั้น




เพราะวันนี้อากาศข้างนอกร้อนมาก ก็เลยเริ่มด้วยชามะนาวเย็นๆ ก่อนคับ  แต่พอลองชิมคำแรกก็ปรากฎว่ามันจืดมาก   สุดท้ายก็มาถึงบางอ้อ เมื่อเอาช้อนคนในแก้วแล้วลองชิมใหม่ถึงรู้ว่าอร่อยมากทีเดียว เพราะฉะนั้นชามะนาวที่นี่เค้าจะไม่ผสมมาให้เสร็จเหมือนบ้านเรานะคับ  ต้องมาคนเองก่อนแล้วค่อยทาน



จากนั้นก็รีบสั่งเมนูหลัก  เริ่มที่นี่เลยคับ หนังสือเขาแนะนำมาว่าต้องสั่ง  หมี่ผัดหน้าไข่กุ้ง

แต่งานนี้ขอบอกว่าผิดหวังมากกกก เพราะผัดมาแบบแห้งสุดๆ แถมไข่กุ้งยังคาวทั้งกลิ่นและรสชาติจนรับไม่ได้ขอบอกว่าไม่ผ่านคับ ไม่อร่อยเลย


เมนูที่สามลองสั่งตามใจตัวเองคับ...หมี่ผัดหมูย่าง

จานนี้ก็ผ่านคับ  แม้จะไม่ขนาดติดดาว แต่ก็ไม่ผิดหวัง  โดยเฉพาะหมูย่างที่นำมาผัด  แยกมาให้ดาวเป็นพิเศษเลยคับ

ทั้งหวาน ทั้งนุ่ม



อีกเมนูที่ไม่สั่งไม่ได้คือ...เกี๊ยวกุ้ง    เมนูนี้อร่อยสมคำแนะนำ 

ให้ดาวไปเลยคับ




 อิ่มกันแล้วก็มีแรงเดินต่อคับ  ระหว่างทางผ่านร้านของฝากขึ้นชื่อของมาเก๊าชื่อ Pastelaria Koi Kei  ซึ่งตั้งอยู่ในซอยที่จะเดินออกไปยังโบสถ์นั่นเอง

 

ร้านนี้มี 3 อย่างที่ไม่ชิมไม่ได้  อย่างแรกคือ คุ้กอี้อัลมอนด์



แต่หลังจากชิมแล้วก็ลงความเห็นเป็นเอกฉันท์คับว่า...ไม่อร่อย

ตามมาด้วย  หมูแผ่นสารพัดรส   ที่ต้องยกนิ้วให้  อร่อยแบบไม่ผิดหวัง


สุดท้าย  สิ่งที่บอกต่อๆกันมาว่าไม่ควรพลาดเมื่อมามาเก๊าคือ....ทาร์ตไข่

ซึ่งเพื่อนๆ ทุกคนลงความเห็นว่าอร่อยคับ  แต่สำหรับผม...ต้องบอกว่าเฉยๆ เพราะเคยเจอทาร์ตไข่ที่อร่อยกว่านี้ในเมืองไทย